วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พิชิตพลังงานด้วยการเดินทางมาด้วยกัน

1. ความสำคัญของพลังงาน
พลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ ในการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐาน ของประชาชน และเป็นปัจจัยพื้นฐานการผลิต ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ดังนั้น จึงต้องมีการจัดหาพลังงาน ให้มีปริมาณที่เพียงพอ มีราคาที่เหมาะสม และมีคุณภาพที่ดี สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ เพื่อให้สามารถตอบสนอง ความต้องการขั้นพื้นฐาน ของประชาชน และสามารถตอบสนอง ความต้องการใช้ ในกิจกรรมการผลิตต่างๆ ได้อย่างเพียงพอ
พลังงานที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน อาจแบ่งออกได้เป็น 
ประเภทใหญ่ๆ คือ พลังงานสิ้นเปลือง และพลังงานหมุนเวียน โดยพลังงานสิ้นเปลือง คือ พลังงานที่ใช้แล้วหมดไป ซึ่งรวมถึงถ่านหิน หินน้ำมัน ทรายน้ำมัน น้ำมันดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซธรรมชาติ ส่วนพลังงานหมุนเวียน หมายความรวมถึง พลังงานที่ได้จากไม้ ฟืน แกลบ กากอ้อย ชีวมวล น้ำ แสงอาทิตย์ ลม และคลื่น

2. คุณสมบัติของพลังงานแต่ละชนิด

น้ำมันดิบ มีสถานะตามธรรมชาติ เป็นของเหลวประกอบด้วย สารไฮโดรคาร์บอน ชนิดระเหยง่าย เป็นส่วนใหญ่ และส่วนที่เหลือประกอบด้วย สารกำมะถัน ไนโตรเจน และสารประกอบออกไซด์อื่นๆ ซึ่งมักเรียกว่าเป็นสิ่งปฏิกูล ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อคุณภาพ ของผลิตภัณฑ์ที่กลั่นได้ ราคาของน้ำมันดิบ จะถูกหรือแพง ขึ้นอยู่กับคุณภาพของน้ำมันดิบว่า มีสิ่งปฏิกูลเจือปนมากน้อยเพียงใด ผลิตภัณฑ์ที่กลั่นได้จากน้ำมันดิบ ได้แก่ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด น้ำมันเครื่องบิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา และยางมะตอย โดยก๊าซปิโตรเลียมเหลว จะใช้เป็นเชื้อเพลิง ในการหุงต้ม ในยานพาหนะ และในภาคอุตสาหกรรม น้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันเครื่องบิน จะใช้เป็นเชื้อเพลิง ในภาคคมนาคมขนส่ง ส่วนน้ำมันเตา จะใช้เป็นเชื้อเพลิง ในการผลิตไฟฟ้า ในภาคอุตสาหกรรม และในการขนส่งทางน้ำ เมื่อมีการนำน้ำมันเชื้อเพลิง ไปเผาไหม้ ก็จะมีฝุ่นละออง เขม่า และก๊าซที่ถูกปล่อยออกมา ระหว่างขบวนการเผาไหม้ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เป็นต้น ดังนั้น จึงต้องมีการควบคุม ในเรื่องของคุณภาพน้ำมัน และการใช้เทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยในการควบคุมเพื่อลดปริมาณ ฝุ่นละออง และก๊าซดังกล่าวไม่ให้เป็นอันตราย ต่อสุขภาพของประชาชน และสิ่งแวดล้อม
ก๊าซธรรมชาติ ประกอบด้วย สารไฮโดรคาร์บอนประเภทต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือ ประกอบด้วยก๊าซประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะไนโตรเจน คาร์บอนไดออกไซด์ โดยมีไฮโดรเจนซัลไฟด์ ปนอยู่ด้วยในระดับหนึ่ง การซื้อขายก๊าซธรรมชาติ จะคิดราคาตามค่าความร้อน ของเชื้อเพลิง ส่วนข้อกำหนดอื่นๆ จะเป็นส่วนประกอบ ที่ช่วยให้ความมั่นใจ ในความสะอาดว่า จะไม่มีปัญหาในการใช้ ซึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อม จากการใช้ก๊าซธรรมชาติ มีค่อนข้างน้อย เนื่องจากในขบวนการ เผาไหม้ก๊าซธรรมชาติ จะถูกเผาไหม้อย่างสมบูรณ์ ได้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ และน้ำ เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ ได้อย่างสูงสุด ก๊าซธรรมชาติจะถูกนำไปแยกก่อนการใช้ โดยส่วนที่เป็น ก๊าซมีเทน มักจะนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง ในการผลิตไฟฟ้า และในอุตสาหกรรม รวมทั้ง ใช้เป็น เชื้อเพลิงในยานพาหนะ ส่วนที่เป็นอีเทน และโพรเพน จะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบ ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และส่วนที่เป็นโพรเพนและบิวเทน จะนำไปใช้เป็นก๊าซหุงต้ม ใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม และยานพาหนะ
ถ่านหิน คือ หินตะกอนชนิดหนึ่งซึ่งสามารถติดไฟได้ และมีส่วนประกอบ ที่เป็นสารประกอบ ของคาร์บอนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 โดยน้ำหนัก หรือ ร้อยละ 70 โดยปริมาตร และยังมีสารประกอบ อื่นๆ เช่น ไฮโดรเจน อ๊อกซิเจน ไนโตรเจน และกำมะถัน เป็นต้น การจำแนกคุณสมบัติของถ่านหิน ตามคุณสมบัติทางเคมี และค่าความร้อนอย่างหยาบๆ สามารถแบ่งออกได้เป็น ชนิด คือ แอนทราไซท์ บิทูมินัส ซับบิทูมินัส ลิกไนต์ ส่วนใหญ่มีการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ และอุตสาหกรรมที่ใช้หม้อไอน้ำ เช่น โรงงานกระดาษ และโรงงานชูรส เป็นต้น อย่างไรก็ตามในการ เผาไหม้ถ่านหินจะมีการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ ฝุ่นละออง และควัน ดังนั้น ก่อนนำเชื้อเพลิงไปใช้จะต้องหาวิธีการจัดการ กับมลพิษ โดยอาจเลือกใช้ถ่านหินคุณภาพดี หรืออาจลดปริมาณสารมลพิษในเชื้อเพลิง ก่อนนำไปใช้ หรือใช้เทคโนโลยี ในการกำจัดมลพิษที่เกิดขึ้น ก่อนปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม
เชื้อเพลิงชีวมวล คือ สารทุกรูปแบบที่ได้จากสิ่งมีชีวิต รวมทั้ง การผลิตจากการเกษตรและป่าไม้เช่น ไม้ฟืน แกลบ กากอ้อย วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอื่นๆ รวมถึง ของเสียจากสัตว์ เช่นมูลสัตว์และของเสีย จากโรงงานแปรรูปทางเกษตร และขยะมาผลิตก๊าซชีวภาพ ในการผลิตพลังงาน จำนวนเท่าๆ กันต้องใช้ไม้ฟืน ในปริมาตรที่มากกว่าน้ำมันและถ่าน ดังนั้น จึงเหมาะที่จะใช้ใน ครัวเรือน 
พลังน้ำ เป็นพลังงานที่ได้มาจากแรงอัดดันของน้ำ ที่ปล่อยจากอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน น้ำที่ปล่อยไปนี้ จะได้รับการทดแทนทุกปี โดยฝนหรือการละลายของหิมะ แต่ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยต้องสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ ต้องมีการอพยพสัตว์ป่า และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพแวดล้อม บริเวณดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป
พลังงานแสงอาทิตย์ ได้มาจากการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ ซึ่งนำมาใช้เป็นพลังงานความร้อน และการสังเคราะห์แสง หรือโดยผ่านอุปกรณ์รับแสง เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อเปลี่ยนเป็น พลังงานไฟฟ้าและความร้อน เพื่อนำไปใช้งานต่อไป
พลังงานลม เกิดจากการเคลื่อนตัวของอากาศ ถ้าอากาศเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง จะทำให้มีพลังงานมาก ซึ่งสามารถนำมาใช้หมุนกังหันลม เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า
พลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นการนำน้ำร้อนที่มีอยู่ใต้พื้นดิน มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการผลิตกระแสไฟฟ้า กลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาพลังงาน ความร้อนใต้พิภพ มาใช้ประโยชน์ อย่างเด่นชัดมักเป็นกลุ่มประเทศ ที่มีสภาพทางธรณีวิทยา เอื้ออำนวยต่อศักยภาพ ทางพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งได้แก่ บริเวณที่เปลือกโลกมีการเคลื่อนไหว และมีแนวของภูเขาไฟอย่างต่อเนื่อง เช่น ประเทศอิตาลี ไอซ์แลนด์ สหรัฐอเมริกา (แถบตะวันตก) เม็กซิโก ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น
พลังงานนิวเคลียร์ เป็นพลังงานที่ได้มาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ ซึ่งเกิดจากการแตกตัวของ นิวเคลียสของธาตุเชื้อเพลิง เช่น ยูเรเนียม และให้พลังงานความร้อนมหาศาล จึงใช้ในการผลิตไฟฟ้า ปฏิกิริยานิวเคลียร์ สามารถขจัดปัญหา การปล่อยมลพิษทางอากาศ รวมทั้ง การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นปัญหาหลักของเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ แต่ก็มีปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นที่อาจเกิดจาก การใช้สารรังสี ซึ่งหากมีเทคโนโลยีควบคุมที่ดี ก็จะป้องกันการรั่วไหลของสารรังสีได้ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการกำจัดกากนิวเคลียร์ ซึ่งจะต้องมีมาตรการควบคุมดูแล ไม่ให้การกำจัดกาก ของเสียส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบ เนื่องจากสารเหล่านี้มีค่าทางรังสีสูงมาก และจะคงสภาพอยู่เป็นเวลานับพันๆ ล้านปี


 http://www.eppo.go.th/doc/doc-AlterFuel.html

ยกตัวอย่างพิชิตพลังงานด้วยการเดินทางไปด้วยกัน



 พลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง
           ในชีวิตประจำวันของเราจะต้องใช้ยานพาหนะในการขับขี่ เพื่อประหยัดเวลา ดังนั้นเราก็จะต้องเติมพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อที่จะให้รถของเรานั้นสามารถเคลื่อนที่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้โดยต้อง มีวัตถุสำคัญคือ น้ำมันเชื้อเพลิงแต่เรามักจะประสบปัญหาน้ำมันแพง สู้ราคาน้ำมันไม่ค่อยไหวเพราะเราประกอบอาชีพหาเช้ากินค่ำนั้นเอง วันนี้เราก็เลยจะมาบอกวิธีการขับรถยนต์ยังไงให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและเงินในกระเป๋าของเราและการพิชิตพลังงานด้วยการเดินทางไปด้วยกัน  มีวิธีง่ายๆ ดังนี้                                                                              
1. ขณะสตาร์ทรถ ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศ ไฟหน้ารถ และเครื่องเสียงจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น เปลืองน้ำมัน 10%                          
2. ไม่อุ่นเครื่องยนต์ก่อนขับเคลื่อนตัวรถ เพียงขับเคลื่อนรถเบาๆ 1-2 ก.ม.เครื่องยนต์จะอุ่นเอง ไม่จำเป็นต้องอุ่นเครื่องยนต์แล้วจอดอยู่กับที่ เพราะการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 2 นาที สิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี.                                                                                                                                          3. ไม่เบิ้ล ไม่บิดเครื่องยนต์ การเบิ้ลเครื่องยนต์ ขณะเกียร์ว่าง 10 ครั้ง ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ สิ้นเปลืองน้ำมัน 15 ซีซี.รถปิคอัพ รถตู้ รถแวน สิ้นเปลืองน้ำมัน100 ซีซี. และรถบรรทุก สิ้นเปลืองน้ำมัน 300 ซีซี.                                                                                                                                          4. ขับรถระยะไกล ด้วยความเร็วคงที่ และไม่เกินป้ายจำกัดความเร็วอัตราความเร็วรถที่เหมาะสมที่จะประหยัดน้ำมันได้มากที่สุดคือ 60 - 80 ก.ม./ช.ม.อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันในการขับรถยนต์ที่ความเร็วต่างๆ กัน เปรียบเทียบได้ดังนี้
- ความเร็ว 95 ก.ม./ช.ม. จะสิ้นเปลืองน้ำมั่นกว่า 80 ก.ม./ช.ม. ประมาณ 15%
- ความเร็ว 110 ก.ม./ช.ม. จะสิ้นเปลืองน้ำมั่นกว่า 80 ก.ม./ช.ม. ประมาณ 29%
- ความเร็ว 100 ก.ม./ช.ม. จะสิ้นเปลืองน้ำมั่นกว่า 90 ก.ม./ช.ม. ประมาณ 10%
- ความเร็ว 110 ก.ม./ช.ม. จะสิ้นเปลืองน้ำมั่นกว่า 90 ก.ม./ช.ม. ประมาณ 25%

5. ก่อนถึงไฟแดงชะลอความเร็วแต่เนิ่นๆ ด้วยการถอนคันเร่ง และค่อยเหยียบเบรก นอกจากจะช่วยประหยัดน้ำมันแล้วยังช่วยยืดอายุผ้าเบรก                                                                                                    
6. ปิดเครื่องปรับอากาศก่อนถึงที่หมาย 2-3 นาที ประหยัดน้ำมันได้ 30 ซีซี.                         7. ขับ 91 เติม 91 เลือกเติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนเหมาะสมกับเครื่องยนต์การเติมน้ำมันออกเทน 95 ทั้งๆ ที่รถของคุณใช้ออกเทน 91 ได้ ทำให้คุณเสียเงินเพิ่มและไม่ช่วยให้เครื่องยนต์แรงขึ้น                             
8. สังเกตอาการผิดปกติของรถ ควันไอเสียมีสีดำ หรือขาวผิดปกติ เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่ไม่สมบูรณ์ มีผลให้สิ้นเปลืองน้ำมัน                                                                                                             
9. ควรดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถคอย เพราะการติดเครื่องยนต์จอดรถเป็นเวลา 5 นาที จะสิ้นเปลืองน้ำมัน100 ซีซี.                                                                                                                                            
10. เติมลมยางให้ถูกต้องตามกำหนด ถ้ายางอ่อนเกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

ดาราเด็ก...สุดหล่อ










ประวัติ น้องเฟม


ชื่อ ด.ช. ชวิน ลิขิตเจริญพงษ์
ชื่อเล่น น้องเฟม
วันเกิด วันอาทิตย์ที่ 17 พ.ค. 2541
ปัจจุบัน อายุ 11 ขวบ
เป็นพี่ชายคนโต และมีน้องชาย อายุ 9 ขวบ ชื่อ การ์ฟิลด์
กำลังศึกษาชั้น ป.6
โรงเรียน สาธิต มศว. ประสานมิตร ฝ่ายประถม
ความสามารถพิเศษ -เป็นนักกีฬา แข่งกรีฑา
-เล่นโขนของโรงเรียน เป็นตัวเอกในบทพระราม
และร่วมแสดงกับทางโรงเรียนมา 3 ปี แล้ว
ได้ไปโชว์ในรายการ หม่ำโชว์ คันปาก และ To Be Number One
และยังได้เป็นตัวแทนของเขตวัฒนาไปร่วมแสดงในงานวันเด็กที่มีนายกรัฐมนตรี ไปร่วมเปิดงาน
-เต้น K-POP
-ร้องเพลง โดยเฉพาะ เพลงของ บอย พีช เมคเกอร์ และ บิ๊กแอส
กิจกรรมที่เคยร่วม
-เคยร่วมประกวดเต้น K-POP ที่พารากอน จาก 70 ทีม ได้เป็น 1 ใน 15 ทีม
ที่จะร่วมโชว์หน้างาน คอนเสิร์ต SM TOWN
ผลงานที่ผ่านมา
-ร่วมแสดง MV. เพลง To Be Number One ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ
Idol ในวงการ
-แน็ก แฟนฉัน ซึ่งเป็นคนที่ปลื้มมาก เคยเจอแน็กที่งานรอบสื่อมวลชน
รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ แต่ไม่กล้าเข้าไปหาพี่แน็ก จนคุณแม่ต้องเข้าไปช่วย
เลยได้ถ่ายรูปคู่
-เป้ อารักษ์ เป็นอีกคนที่เฟมชอบสไตล์การแต่งตัว มีช่วงหนึ่งที่เฟมชอบใส่
กางเกงขาเดฟแบบเป้เป็นประจำ
ผลงานล่าสุด -ภาพยนตร์เรื่อง บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)
เครดิต http://www.kidstarclub.net



วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ไซบีเรียน ฮัสกี้


ประวัติไซบีเรียน ฮัสกี้
กว่า 1,000 ปีมาแล้ว ชนเผ่าหนึ่งซึ่งรู้จักกันในนามชาวชุคชิ ได้อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งอาร์คติคทางตอนเหนือของไซบีเรีย ดินแดนที่มีแต่ฤดูหนาวอันทารุณ ทำให้ทุกชีวิตต้องเผชิญกับความท้าทายในแต่ละวันเพื่อการดำรงชีวิต มันคือที่ซึ่งสุนัขชุคชิ หรือบรรพบุรุษของสุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ ในทุกวันนี้ถือกำเนิดมาจากการผสมพันธุ์หลายต่อหลายรุ่น ชาวชุคชิได้พัฒนาสายพันธุ์สุนัขที่ตรงตามความต้องการของพวกเขามากที่สุด ถึงแม้บ้านจริงๆของพวกเขาจะอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน แต่พรานชาวชุคชิก็ล่าสัตว์ตามชายฝั่งเป็นส่วนใหญ่ โดยมีแมวน้ำคือแหล่งอาหารหลักของพวกเขา การล่าสัตว์ของพวกพรานไม่ใช่เรื่องยาก เช่นเดียวกับการหาสุนัขขนาดใหญ่ที่สามารถลากของหนักๆได้ พรานชาวชุคชิกลับต้องการสุนัขที่สามารถทนและอยู่ท่ามกลางอุณหภูมิต่ำ ซึ่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้เป็นเวลานานๆตลอดการเดินทาง และสุนัขที่ใช้พลังงานจำนวนน้อยที่สุดในการทำงานนั้นๆ เพราะยิ่งสุนัขใช้พลังงานในการทำงานน้อยลงเท่าไร มันก็ยิ่งมีเหลือไว้ใช้ป้องกันตัวเองจากความหนาวเย็นมากขึ้นเท่านั้น
สุนัขที่ตัวเล็กและปราดเปรียว ซึ่งว่าง่ายและฉลาดพอที่จะทำงานเป็นทีม ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า เหมาะสมกับการใช้งานและสภาพภูมิประเทศมากที่สุด พวกมันต้องเป็นแรงงานที่แข็งแรง กระตือรือร้น มีไหวพริบ และเอาใจใส่ต่อหน้าที่ที่ต้องอยู่นิ่งๆในแถวของเชือก ซึ่งล่ามไว้กับเลื่อน ชาวชุคชิให้ความสำคัญกับสุนัขของพวกเขามาก พวกเขามักจะพามันเข้าไปในบ้านด้วย เพื่อให้เป็นยามเฝ้าทรัพย์สิน หรือเป็นเพื่อนเล่นกับลูกๆของพวกเขา ไม่ต้องสงสัยเลย สิ่งนี้ก็สืบเนื่องมาจากความอ่อนโยนที่อยู่ในนิสัยของสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้นั่นเอง
ลักษณะเด่นที่สำคัญที่สุดของสุนัขชุคชิคือ สัญชาตญาณและความต้องการที่จะวิ่ง ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด เพราะร่างกายที่มีขนาดปานกลางของมัน ทำให้มันสามารถวิ่งได้เร็วและไกล แต่ไม่สามารถลากของที่หนักมากๆได้ ดังนั้นจึงต้องใช้สุนัขทีมหนึ่งถึง 20 ตัว เพื่อลากสัมภาระของนายพรานในการเดินทางแต่ละครั้ง ชาวชุคชิสามารถเพาะพันธุ์สุนัขที่รวมเอาลักษณะเด่นเหล่านี้ไว้ได้ทั้งหมด และสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ในทุกวันนี้ก็สืบเชื้อสายมาจากพวกมัน






ชะตากรรมของสุนัขชุคชิ และต้นกำเนิดของสายพันธุ์สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซียในยุคแรกๆ 2-3 เหตุการณ์ ในคริสศตวรรษที่ 18 ชาวรัสเซียเชื้อสายคอสแซคเริ่มรุกรานเข้ามาในไซบีเรีย เพื่อยึดครองดินแดนและแหล่งล่าสัตว์ทั้งหมด ผู้คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบเหนือนี้ ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งไม่สามารถต่อกรกับอาวุธที่ทันสมัยของกองทัพรัสเซียได้ อย่างไรก็ตาม ชาวชุคชิสามารถเอาชนะได้หลายครั้ง เพราะสุนัขลากเลื่อนของพวกเขา ช่วยให้พวกเขาหนีรอดจากกองทัพที่แข็งแกร่งไปได้เสมอ ถึงแม้พวกเขาจะสู้ไม่ได้ แต่พวกเขาก็หนีได้อย่างรวดเร็ว ชาวชุคชิคุ้นเคยกับสภาพอากาศของไซบีเรีย แต่ทหารรัสเซียไม่ และต้องพบกับความปราชัยครั้งใหญ่

ข้าวกล่อง ญี่ปุ่น

เริ่มตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 5 แล้ว ที่มีการพกอาหารไปเป็นเสบียงในตอนออกล่าหาสัตว์ , ทำนา ไปจนถึงการออกรบ  แต่คำว่า เบนโตะ พึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1534 โดยแม่ทัพใหญ่ผู้มีชื่อว่าโอดะ โนบุนากะ  ท่านเลี้ยงผู้ที่อาศัยในปราสาทของท่านด้วยการแจกจ่ายอาหารให้แต่ละคน เพื่อให้พกไปเป็นเสบียงในขณะทำงานและยังทำให้ไม่ต้องเสียเวลานั่งล้อมวงรับประทานอาหารด้วย











เมื่อรู้จัก เบนโตะ กันแล้วก็ต้องรู้จัก เอกิเบน หรือข้าวกล่องที่ขายตามสถานีรถไฟ  ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยเมจิ ในช่วงปี ค.ศ. 1868-1912 หลังจากการรถไฟของญี่ปุ่นพึ่งเปิดให้บริการ  มีร้านอาหารร้านหนึ่งได้ทำอาหารที่ทานได้ง่ายและสะดวกในการพกพาขึ้น หลังจากนั้นการขายอาหารลักษณะนี้ก็ได้แพร่หลายไปตามสถานีรถไฟต่างๆ

เอกิเบน มาจากคำว่า เอกิ (えき) ที่แปลว่า สถานีรถไฟ กับคำว่า โอะเบนโตะ (おべんとう) ที่แปลว่า ข้าวกล่อง  เมื่อนำทั้ง 2 คำมารวมกันจึงมีความหมายว่าข้าวกล่องที่ขายตามสถานีรถไฟ นอกจากคำว่าเอกิเบนแล้วยังมีคำว่า โซระเบน หรือข้าวกล่องที่ขายตามสนามบิน คำว่า โซระ (そら) แปลว่า ท้องฟ้า

















หนูนา หนึ่งธิดา โสภณ ^__________^






หนูนา หนึ่งธิดา มีชื่อจริงว่า หนึ่งธิดา โสภณ ชื่อเล่น หนูนา เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2535 เป็นนักแสดงชาวไทย เป็นบุตรของนายวิเชียร และนางศศิธร โสภณ จบการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนกสิณธรเซนต์ปีเตอร์ จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ โรงเรียนสตรีวิทยา แผนอังกฤษ-จีนและกำลังศึกษาที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิชาการละคร มีผลงานชิ้นแรกของ หนูนา หนึ่งธิดา คือเล่นเป็นตัวประกอบในละครเรื่อง ปอบผีฟ้า (เวอร์ชัน นุ่น วรนุช วงศ์สวรรค์) ในขณะนั้นมีอายุเพียง 6 ปี โดยออกมาเล่นเพียงฉากเดียวและพูดคำว่า “เล่นกันไหม” จากนั้นก็ถูกกินตับตาย ละครเรื่องถัดมา คือ ดั่งสายน้ำไหล และ ลูกหลง ต่อมามีผลงานที่เป็นรู้จักกันมากขึ้นคือละครเรื่อง น้องใหม่ ร้ายบริสุทธิ์ ออกอากาศทางช่อง 3 โดยรับบทเป็น มะยม และ หนูนา หนึ่งธิดา ยังเคยเข้าประกวดแข่งขัน KPN Junior Award 2004 ซึ่งเป็นผู้ที่ชนะโหวดและได้รางวัลหลักสูตร Voice Training ไปครอง นอกจากนี้ยังเคยแสดงละครเวทีของค่าย เอ็กแซ็กท์ ถึงสองเรื่อง ได้แก่ บัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล พ.ศ. 2550 โดยรับบทเป็น วิรินทร์ และ เนื้อคู่ 11 ฉาก จากวันแรกถึงวันลา พ.ศ. 2553 โดยรับบทเป็น ใบเตยเมื่อ พ.ศ. 2550 จากการที่ หนูนา หนึ่งธิดา ได้รับบทเป็น วิรินทร์ ในบัลลังก์เมฆ เดอะมิวสิคัล ซึ่งแสดงประกบกับ บี้ เดอะสตาร์ ก็สามารถสะกดคนดู ด้วยน้ำเสียงใสราวกับคริสตัล ขนาดซูเปอร์สตาร์อย่าง เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ยังเอ่ยปากชมว่า “เสียงดีมาก”

ในปี 2553 หนูนา หนึ่งธิดา ชนะเลิศการประกวดในโครงการ “ลักส์ปั้นดาว” เพื่อค้นหานางเอกหน้าใหม่ที่จะได้เล่นหนังรัก โรแมนติก คอมเมดี้ ของค่าย จีทีเอช ทำให้หนูนาได้กลายเป็นนางเอกภาพยนตร์อย่างเต็มตัว โดยภาพยนตร์ที่หนูนาแสดงเป็นนางเอกคือเรื่อง กวน มึน โฮ ส่วนพระเอกคือ เต๋อ ฉันทวิชช์ กำกับการแสดงโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือ สองเงาในเกาหลี ของ ทรงกลด บางยี่ขัน และได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่องนี้

ในปี 2554 หนูนา หนึ่งธิดา ได้เป็นแขกรับเชิญของ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ บนเวทีคอนเสิร์ต เบิร์ดอาสาสนุก โดยร้องเพลงคู่ วนาสวาท ซึ่งเป็นเพลงประกอบละครเรื่อง วนาลี ออกอากาศทางช่อง 3 ปัจจุบันนี้ยังมีผลงานละครที่กำลังออกอากาศให้ชมทางช่อง 9 เรื่อง โลมากล้าท้าฝัน รับบทเป็น “ซี” คู่กับ โทนี่ รากแก่น

ข้อมูลส่วนตัวของ หนูนา หนึ่งธิดา มากับส่วนสูง 160 ซม. ชั่งน้ำหนักได้ 44 กก. งานอดิเรกชอบอ่านหนังสือ กีฬาที่ชอบเล่น ได้แก่ แบดมินตัน ไอซ์สเก็ต และว่ายน้ำ แนวเพลงที่ชอบ คือ R&B, HIPHOP และ POP สิ่งที่ชอบที่สุดก็พวก หนังสือการ์ตูน นวนิยาย วรรณกรรม การ์ตูน และFamous five ถ้าเป็นหนังหรือละครก็ดูได้ทุกแนว สีที่ชอบคือ สีฟ้าและสีแดง ศิลปินที่ชอบหรือดาราที่ประทับใจ พี่อั้ม พี่นุ่น พี่ยุ้ย นักร้องที่ประทับใจ เอ็นโดรฟิน ลานนา ทาทา มีคติประจำใจ รากฐานของตึกคืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา ความสามารถพิเศษ ร้องเพลง เต้นJass รำไทย และเดินแบบ อาหารที่ชอบมากที่สุดคือ สตอเบอร์รี่ ส่วนเครื่องดื่มที่ชอบที่สุดก็เป็น Ice tea สัตว์ที่ชอบ หนูแฮมสเตอร์ กระรอก และกระต่าย Email NUNANAKA@thaimail.com